เมนู
ดาวน์โหลดแอป
ในบทความนี้
0% อ่านแล้ว

ปิดเลื่อนปลุก iPhone และ Android ทำยังไง (ทีละขั้นตามรุ่น)

มือกำลังแตะสวิตช์เลื่อนปลุกบนหน้าจอแอปนาฬิกาของสมาร์ตโฟนตอนเช้า

«ปิดเลื่อนปลุก» ทำได้จริง แต่ทางเข้าเมนูต่างกันตามเครื่อง บน iPhone เปิดแอปนาฬิกา > แตะ แก้ไข > เลือกนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ > ปิดสวิตช์ เลื่อนปลุก แล้วบันทึก ตอนปลุกจะเหลือแค่ปุ่ม หยุด ไม่มีปุ่มเลื่อนให้กดอีก ส่วนการปรับเวลา 9 นาที ทำได้เฉพาะ iOS 26 ขึ้นไป บน Android (Samsung, OPPO, Xiaomi, vivo) เข้าแอปนาฬิกาแล้วปิดหรือปรับ เลื่อนปลุก ในหน้าตั้งนาฬิกาปลุกได้เลย แต่ต่อให้ปิดปุ่มเลื่อนไปแล้ว ก็ยังมีปุ่ม หยุด ที่มือกดปิดได้เองตอนครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ดี ด้านล่างมีทั้งขั้นตอนตามรุ่นและทางออกที่ปิดไม่ได้จริง ๆ

เลื่อนปลุก (Snooze) คืออะไร ทำไมกดแล้วปลุกอีกใน 9 นาที

เลื่อนปลุกคือปุ่มที่คุณกดตอนนาฬิกาปลุกดัง เพื่อให้มันเงียบไปก่อนแล้วกลับมาปลุกซ้ำในอีกไม่กี่นาที บน iPhone ค่าเริ่มต้นคือ 9 นาที บน iOS รุ่นก่อน 26 ค่านี้ตายตัว ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาปลุกที่ตั้งแบบซ้ำทุกวันหรือแบบครั้งเดียว ระบบก็เลื่อนออกไป 9 นาทีเท่ากันหมด ส่วนตั้งแต่ iOS 26 คุณตั้งเวลาเลื่อนของแต่ละนาฬิกาปลุกได้เองตั้งแต่ 1 ถึง 15 นาที

คนไทยจำนวนมากใช้ปุ่มนี้เป็นตัวช่วยยื้อเวลา — กดที ตื่นไม่ทันรถติด กดสองที สแกนนิ้วเข้างานสาย นักเรียนกดจนเข้าแถวไม่ทัน นี่ไม่เกี่ยวกับความขี้เกียจ เพราะการนอนต่ออีกแค่ 9 นาทีมักไม่พอให้ร่างกายพักจริง สมองเลยได้แค่เคลิ้มไปกับหลับตื้น แล้วถูกกระชากตื่นซ้ำอีกรอบ ผลคืองัวเงียหนักกว่าเดิม

ถ้าคุณมาถึงหน้านี้เพราะอยาก «กดให้จบในทีเดียว» การปิดปุ่มเลื่อนคือก้าวแรก แต่ถ้าเป้าหมายจริงคือเลิกนิสัยกดเลื่อนให้ได้ ลองอ่านคู่มือ วิธีไม่เลื่อนนาฬิกาปลุก ควบคู่กันด้วย

ปิดเลื่อนปลุกบน iPhone ทำยังไง (และแก้เวลาได้ตั้งแต่ iOS ไหน)

ถ้าหาแอปนาฬิกาปลุกไม่เจอ ให้ปัดหน้าจอลงแล้วพิมพ์ นาฬิกา ในช่องค้นหา — ไอคอนนาฬิกาของ iPhone อยู่ในโฟลเดอร์เครื่องมือได้ ไม่ได้หายไปไหน จากนั้นทำตามนี้

  1. เปิดแอปนาฬิกา แล้วแตะแท็บ ปลุก ด้านล่าง
  2. แตะ แก้ไข ที่มุมซ้ายบน (หรือแตะที่นาฬิกาปลุกอันที่ต้องการโดยตรง)
  3. เลือกนาฬิกาปลุกที่คุณตั้งไว้
  4. เลื่อนลงมาหาแถว เลื่อนปลุก
  5. ปิดสวิตช์ เลื่อนปลุก ให้เป็นสีเทา
  6. แตะ บันทึก ที่มุมขวาบน

ผลที่ได้ — ตอนนาฬิกาปลุกดัง หน้าจอจะเหลือแค่ปุ่ม หยุด ปุ่มเดียว ไม่มีปุ่มเลื่อนให้เผลอกดอีก

เรื่องที่ต้องรู้: iOS รุ่นก่อน 26 เปิดให้ «เปิด/ปิด» ปุ่มเลื่อนได้ก็จริง แต่ไม่ให้แก้ระยะเวลา 9 นาที ฟีเจอร์นี้ถูกล็อกไว้ตลอด จนกระทั่ง iOS 26 ที่ Apple เปิดให้ตั้งเวลาเลื่อนปลุกของแต่ละนาฬิกาปลุกได้เองตั้งแต่ 1 ถึง 15 นาที ในหน้าแก้ไขนาฬิกาปลุก (ค่าเริ่มต้นยังเป็น 9 นาที) ถ้าเครื่องคุณยังเป็น iOS รุ่นก่อนหน้านั้น ทางเลือกเดียวในการ «ย่นเวลา» คือตั้งนาฬิกาปลุกหลายรอบแทน ซึ่งจะพูดถึงต่อไป

ปิดเลื่อนปลุกบน Android: Samsung, OPPO, Xiaomi, vivo, Pixel

Android เปิดกว้างกว่า iPhone — เกือบทุกยี่ห้อให้ทั้งปิดปุ่มเลื่อนและปรับเวลาได้ แต่ผู้ผลิตแต่ละรายซ่อนเมนูไว้คนละที่ เพราะหน้าตาแอปนาฬิกาถูกปรับตาม One UI, ColorOS, HyperOS ของแต่ละค่าย

Samsung (One UI) — เปิดแอปนาฬิกา > แตะที่นาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ > ดูหัวข้อ เลื่อนปลุก คุณปิดสวิตช์ได้เลย หรือถ้าอยากเก็บไว้ ก็เลือกช่วงเวลา (5, 10, 15, 30 นาที) และจำนวนครั้งที่ให้ปลุกซ้ำ วิธีปิดนาฬิกาปลุก Samsung ทั้งดวงก็แค่ปิดสวิตช์หลักของนาฬิกาปลุกอันนั้น

OPPO / realme (ColorOS) — เปิดนาฬิกา > แท็บ ปลุก > แตะนาฬิกาปลุก > มองหา เลื่อนปลุก หรือ ปลุกซ้ำ บางเวอร์ชันตั้งค่านี้ซ่อนอยู่ในไอคอนสามจุดหรือฟันเฟืองด้านบน วิธีปิดนาฬิกาปลุก OPPO ก็อยู่หน้าเดียวกันนี้

Xiaomi / Redmi (MIUI / HyperOS) — เปิดนาฬิกา > ปลุก > แตะนาฬิกาปลุก > ตั้งเวลาเลื่อนปลุก ระวังเมนู ประหยัดแบตเตอรี่ ของ Xiaomi ที่มักปิดแอปนาฬิกาปลุก (โดยเฉพาะแอปของค่ายอื่น) ทิ้งเบื้องหลัง ทำให้ปลุกเบาหรือไม่ปลุก

vivo (Funtouch / OriginOS) — เปิดนาฬิกา > แตะนาฬิกาปลุก > เลื่อนปลุก / ระยะเวลาเลื่อนปลุก ตั้งหรือปิดได้จากตรงนั้น

Google Pixel (แอปนาฬิกาของ Google) — เปิดนาฬิกา > เมนู ตั้งค่า > ระยะเวลาเลื่อนปลุก ปรับได้ แต่ค่าเริ่มต้นคือ 10 นาที ไม่ใช่ 9 นาทีเหมือน iPhone และแอปนาฬิกาของ Google ไม่มีสวิตช์ปิดปุ่มเลื่อนทั้งหมดเหมือนที่ค่ายอื่นให้ ถ้าจะไม่ให้มีปุ่มเลื่อนเลย ต้องพึ่งแอปอื่น

ถ้าปัญหาจริงของคุณคือ «แรก ๆ ปลุกดี หลัง ๆ ไม่ปลุก» บน Android ตัวการมักเป็นตัวประหยัดแบตเตอรี่ที่ปิดแอปทิ้ง มากกว่าเรื่องเลื่อนปลุก วิธีไล่ต้นเหตุอยู่ในบทความ ทําไมนาฬิกาปลุกไม่ดัง

ตารางเทียบ: ปิดและปรับเลื่อนปลุกได้แค่ไหนในแต่ละเครื่อง

เครื่อง / ระบบ ปิดปุ่มเลื่อนได้ไหม ปรับเวลาเลื่อน (9 นาที) ได้ไหม ยังมีปุ่มหยุดกดง่ายไหม
iPhone (iOS ก่อน 26) ได้ ไม่ได้ (ล็อกที่ 9 นาที) มี
iPhone (iOS 26 ขึ้นไป) ได้ ได้ มี
Samsung (One UI) ได้ ได้ (5–30 นาที) มี
OPPO (ColorOS) ได้ ได้ (บางเวอร์ชัน) มี
Xiaomi (HyperOS) ได้ ได้ มี
vivo (OriginOS) ได้ ได้ มี
แอปนาฬิกาปลุกแบบมีภารกิจ ได้ ได้ ไม่มี — ต้องทำภารกิจก่อน

แถวสุดท้ายสรุปข้อจำกัดที่ทุกเครื่องติดโรงงานมีเหมือนกัน — ต่อให้ปิดปุ่มเลื่อนหมดแล้ว ก็ยังเหลือปุ่มหยุดที่มือกดปิดได้เองทั้งที่ยังหลับ

ทำไมกดปลุกแล้วยังปลุกอีก — เผลอกดเลื่อนหรือตั้งซ้อนกันหลายอัน

ถ้าปิดเสียงไปแล้วนาฬิกายังปลุกอีก มักมาจากสองสาเหตุ หนึ่งคือคุณกด เลื่อนปลุก ไม่ใช่ หยุด — ตอนครึ่งหลับครึ่งตื่นมือแยกปุ่มไม่ออก มันเลยกลับมาดังในอีก 9 นาที สองคือคุณตั้งนาฬิกาปลุกไว้หลายอันในเวลาไล่ ๆ กัน (เช่น 06:00, 06:10, 06:20) แล้วปิดไปทีละอัน

ตรงนี้ต้องแยกให้ชัดระหว่าง ปิดชั่วคราว กับ ปิดถาวร การกด หยุด คือปิดเฉพาะรอบเช้านี้ พรุ่งนี้มันปลุกอีกถ้าตั้งแบบซ้ำทุกวัน ส่วนการปิดสวิตช์หลักของนาฬิกาปลุกในแอป คือปิดถาวรจนกว่าจะเปิดเอง คนที่ทำงานเป็นกะควรระวังจุดนี้ — ปิดถาวรตอนวันหยุด แล้วลืมเปิดคืนก่อนเข้ากะ คือสูตรตื่นไม่ทัน

การตั้งหลายรอบเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้แทนการเลื่อนปลุก โดยเฉพาะบน iPhone ที่ยังใช้ iOS รุ่นก่อน 26 ซึ่งแก้เวลา 9 นาทีไม่ได้ พอปลุกก็ปิดแล้วนอนต่อ พอรอบถัดไปดังค่อยปิดซ้ำเป็นระยะ ๆ ได้ผลกับบางคน แต่กับ คนตื่นยาก มือมักปัดปิดทุกอันทิ้งโดยไม่รู้ตัว

อยากให้ปลุกดังไม่หยุดจนกว่าจะลุก: ตั้งหลายรอบและแอปทางเลือก

สำหรับคนที่ปัดปิดทุกอย่างทั้งที่ยังหลับ วิธีตั้งค่าในเครื่องช่วยได้ระดับหนึ่ง ตั้งนาฬิกาปลุก 3–4 รอบห่างกันรอบละ 3–5 นาที ใช้เสียงที่ไม่คุ้นหูสลับกัน และวางโทรศัพท์ให้ห่างเตียงราว 2 ฟุต เพื่อบังคับให้ลุกไปกด เสียงที่ดังกระชากเกินไปกลับกระตุ้นภาวะสู้หรือหนีจนเริ่มวันแบบเครียด เลือกความดังที่พอปลุกให้ตื่นโดยไม่ถึงกับสะดุ้งก็พอ

แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่แตะจุดตายเดิม — ตราบใดที่ยังมีปุ่มปิดง่าย ๆ มือก็ปิดได้เอง ทางที่เหลือคือใช้แอปนาฬิกาปลุกที่การเลื่อนไม่ได้แปลว่าจบ แอปกลุ่มที่บังคับให้ทำภารกิจก่อนถึงจะปิดเสียงได้ อย่าง Alarmy หรือ Wake Boom ออกแบบมาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ

Wake Boom ทำงานแบบนั้น คุณเลือก ภารกิจ ตื่นนอนไว้ตั้งแต่คืนก่อน เช่น คณิต, เขย่าเครื่อง หรือ หาสิ่งของ/ถ่ายภาพเป้าหมาย ที่ให้กล้องหาสิ่งของในห้อง (ตรวจบนเครื่องเลย ไม่มีการถ่ายภาพและไม่ส่งอะไรออกไป) เสียงจะไม่หยุดจนกว่าจะทำภารกิจเสร็จ กดปุ่มปิดง่าย ๆ ตอนครึ่งหลับครึ่งตื่นจึงทำไม่ได้ และถ้าเปิด โหมดไม่ลดละ เสียงจะกลับมาปลุกซ้ำเรื่อย ๆ จนกว่าภารกิจจะสำเร็จ ส่วน เลื่อนปลุก ในแอปก็ตั้ง จำกัดการเลื่อนปลุก หรือปิดทิ้งได้ — การเลื่อนกลายเป็นแค่การเลื่อนภารกิจออกไป ไม่ใช่การยกเลิก ติดตั้งได้ฟรีทั้งบน Android และ iPhone

เปิดโหมดห้ามรบกวนอยู่ นาฬิกาจะยังปลุกไหม

คำถามนี้เจอบ่อยมาก คำตอบคือ ปลุก โหมดห้ามรบกวน (และโหมดโฟกัสในรุ่นใหม่) ปิดแค่การแจ้งเตือน สาย และข้อความ ไม่ปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งจากแอปนาฬิกา — เอกสารสนับสนุนของ Apple หัวข้อการใช้โหมดโฟกัส (Use a Focus on your iPhone) ระบุไว้ตรง ๆ ว่านาฬิกาปลุกยังดังตามปกติแม้เปิดโหมดนี้ ทั้ง iPhone และ Android ทำแบบเดียวกัน ความเชื่อที่ว่าเปิดห้ามรบกวนแล้วปลุกไม่ดังเป็นเรื่องเข้าใจผิด รายละเอียดครบทุกโหมดอยู่ใน โหมดห้ามรบกวน นาฬิกาปลุกดังไหม

แทนที่จะพึ่งการกดเลื่อน ลองใช้ Sleep / Bedtime ที่มีอยู่ในนาฬิกาของ iPhone — ตั้งเวลาเข้านอนและเวลาตื่นให้คงที่ทุกวัน ระบบจะเตือนให้เข้านอนตรงเวลา และปลุกด้วยจังหวะที่ร่างกายคุ้น พอชั่วโมงนอนพอ ความอยากกดเลื่อนก็ลดลงเอง เพราะรากของปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่นอนดึกจนหนี้การนอนสะสม ไม่ใช่ที่ตัวนาฬิกาปลุก

เกร็ด: ทำไม Apple เลือก 9 นาที ไม่ใช่ 5 หรือ 10

หลายคนสงสัยว่าทำไม iPhone ถึงเลื่อนปลุกด้วยเลข 9 นาที ไม่ใช่ 5 หรือ 10 กลม ๆ ให้จำง่าย เรื่องที่เล่าต่อกันมา (ยังไม่มีคำยืนยันเป็นทางการ) คือ นาฬิกากลไกรุ่นเก่าปรับฟันเฟืองให้เลื่อนครบ 10 นาทีพอดีไม่ได้ ต้องเลือกระหว่าง 10 นาที 43 วินาที กับ 9 นาที 3 วินาที แล้วลงเอยที่ตัวเลขหลัง เลข 9 นาทีนี้เริ่มปรากฏในนาฬิกาปลุกตั้งโต๊ะยี่ห้อ GE รุ่นปี 1956 ที่ใส่ปุ่มเลื่อนปลุกมาขายให้คนทั่วไป จากนั้นก็กลายเป็นค่ามาตรฐานที่ส่งต่อกันมาถึงมือถือทุกวันนี้ ถือเป็นเกร็ดที่ยังเถียงกันไม่จบ

ข้อเสียของการกดเลื่อนปลุกซ้ำ ๆ ต่อการนอนและสุขภาพ

เรื่องไม่ได้อยู่ที่การนอนเพิ่ม อยู่ที่คุณภาพของ 9 นาทีนั้น หลังกดเลื่อน ร่างกายมักตกกลับเข้าสู่หลับตื้น ไม่ใช่หลับลึกที่ฟื้นพลังจริง พอเสียงดังอีกครั้ง สมองถูกกระชากออกจากช่วงหลับกลางคัน เกิดอาการที่เรียกว่า sleep inertia หรืออาการเบลอหลังตื่น — มึน ง่วงซึม คิดช้า และรู้สึกไม่สดชื่นทั้งที่ «นอนเพิ่ม» ไปแล้ว งานวิจัยปี 2025 ของทีม Mass General Brigham ที่วิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้แอปติดตามการนอนกว่า 21,000 คน พบว่าราว 56% กดเลื่อนปลุกเป็นประจำ และการงีบซ้ำแบบนี้ไปรบกวนช่วงหลับ REM ที่สำคัญตอนใกล้เช้า

ในอีกด้าน งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม (ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Sleep Research ปี 2023) พบว่าการเลื่อนปลุกช่วงสั้น ๆ ราวครึ่งชั่วโมงไม่ได้ทำให้ความตื่นตัวตอนเช้าแย่ลงเสมอไปสำหรับทุกคน เรื่องนี้จึงยังไม่ฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับคนที่กดเลื่อนแล้วมักหลับยาวเลยเวลา การตื่นทีเดียวจบยังปลอดภัยกว่า ทั้งหมดนี้เป็นกลไกการนอนล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับวินัย ทางแก้ที่ตรงจุดที่สุดคือนอนให้พอ แล้วตื่นทีเดียวจบ ไม่ต้องยื้อทีละ 9 นาที ถ้าคุณปลุกดังแล้วแต่ยังตื่นไม่ไหว ลองอ่าน นาฬิกาปลุกดังแต่ไม่ตื่น เพื่อไล่ทั้งฝั่งเครื่องและฝั่งร่างกาย

ข้อควรระวังด้านสุขภาพ: ถ้าคุณตื่นเช้าไม่ไหวเรื้อรัง นอนพอแล้วแต่ยังไม่สดชื่นติดต่อกันนาน ๆ อาจมีสาเหตุอย่างต่อมหมวกไตล้า ภาวะ Dysania (โรคเตียงดูด) โรคซึมเศร้า หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซ่อนอยู่ กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องที่แอปหรือการปิดเลื่อนปลุกจะแก้ได้ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้ชัด

คำถามที่คนถามกันจริง ๆ

เลื่อนปลุก iPhone คืออะไร

เลื่อนปลุก (Snooze) คือปุ่มที่กดตอนนาฬิกาปลุกดัง เพื่อให้เงียบไปก่อนแล้วกลับมาปลุกซ้ำในอีก 9 นาที บน iPhone ค่านี้ถูกล็อกไว้ที่ 9 นาทีเท่ากันทุกกรณี จนกระทั่ง iOS 26 ที่เพิ่งเปิดให้ปรับหรือปิดเวลาเลื่อนได้เอง

ปิดเลื่อนปลุกบน Apple Watch และ Wear OS ทำยังไง

บน Apple Watch เปิดแอปนาฬิกาปลุกบนเรือน แตะนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ แล้วปิดสวิตช์ เลื่อนปลุก ของอันนั้น (แต่ละอันมีสวิตช์ของตัวเอง) ส่วนนาฬิกา Wear OS ปุ่มและเวลาเลื่อนปลุกคุมจากแอปนาฬิกาที่ซิงก์กับโทรศัพท์ ปรับที่โทรศัพท์แล้วนาฬิกาจะทำตาม

ปิดห้ามรบกวนแล้วนาฬิกาปลุกจะดังไหม

ดัง โหมดห้ามรบกวนและโหมดโฟกัสปิดแค่การแจ้งเตือน สาย และข้อความ ไม่ปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งจากแอปนาฬิกา ทั้ง iPhone และ Android ทำงานแบบเดียวกัน ความเชื่อที่ว่าเปิดห้ามรบกวนแล้วปลุกเงียบเป็นเรื่องเข้าใจผิด

ข้อเสียของการเลื่อนปลุกคืออะไร

หลังกดเลื่อน ร่างกายมักตกกลับเข้าสู่หลับตื้นแทนหลับลึก พอปลุกซ้ำ สมองถูกกระชากออกกลางคันจนเกิดอาการเบลอหลังตื่น (sleep inertia) ทำให้มึน ง่วงซึม และไม่สดชื่นทั้งที่นอนเพิ่ม ทางแก้ที่ตรงจุดคือนอนให้พอแล้วตื่นทีเดียวจบ

ปิดนาฬิกาปลุกทำยังไง

บน iPhone เปิดแอปนาฬิกา > แตะ แก้ไข > เลือกนาฬิกาปลุก > ปิดสวิตช์หลักของนาฬิกาปลุกอันนั้น ถ้าอยากปิดเฉพาะปุ่มเลื่อน ให้ปิดสวิตช์ เลื่อนปลุก แทน บน Android เข้าแอปนาฬิกาแล้วปิดสวิตช์ของนาฬิกาปลุกได้ตรง ๆ เหมือนกัน

ปิดนาฬิกาปลุก Samsung ทำยังไง

เปิดแอปนาฬิกาบน Samsung > แตะที่นาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ > จะเห็นหัวข้อ เลื่อนปลุก ที่ปิดสวิตช์ได้ หรือปรับช่วงเวลา (5–30 นาที) และจำนวนครั้ง ถ้าอยากปิดทั้งดวง ก็แค่ปิดสวิตช์หลักของนาฬิกาปลุกอันนั้น

ปิดนาฬิกาปลุก OPPO ทำยังไง

เปิดนาฬิกาบน OPPO (ColorOS) > แท็บ ปลุก > แตะนาฬิกาปลุก > มองหา เลื่อนปลุก หรือ ปลุกซ้ำ บางเวอร์ชันซ่อนตัวเลือกไว้ในไอคอนสามจุดหรือฟันเฟืองด้านบน ปิดสวิตช์ตรงนั้นได้เลย

ปิดเสียงนาฬิกาปลุกแล้วยังดังอยู่ไหม

ถ้าหมายถึงโหมดเงียบข้างเครื่อง นาฬิกาปลุกของ iPhone และ Android ยังดังอยู่ เพราะระบบตั้งใจให้ปลุกทะลุโหมดเงียบ แต่ถ้าปิดสวิตช์ของนาฬิกาปลุกในแอปเอง มันจะไม่ดังจนกว่าคุณจะเปิดกลับ

ไอคอนนาฬิกาปลุก iPhone หายไปไหน

แอปนาฬิกาไม่ได้ถูกลบ มันอาจถูกย้ายเข้าโฟลเดอร์หรือหน้าจออื่น ให้ปัดหน้าจอลงเพื่อเปิดช่องค้นหา แล้วพิมพ์ `นาฬิกา` ไอคอนจะโผล่ขึ้นมาให้แตะเปิดได้ทันที

เสียงนาฬิกาปลุก iPhone ไม่ดัง แก้ยังไง

ความดังของนาฬิกาปลุกไม่ได้ตั้งในแอปนาฬิกา แต่อยู่ที่ การตั้งค่า > เสียงและการสั่น เลื่อนแถบ เสียงเรียกเข้าและเสียงเตือน ให้สูงขึ้น ถ้ายังเบา ให้ปิดฟีเจอร์ ตั้งใจมอง (Attention Aware) ในการช่วยการเข้าถึง ซึ่งเป็นบั๊กที่ทำให้เสียงปลุกเบาลงเมื่อ iPhone คิดว่าคุณหลับอยู่

ตั้งปลุกแล้วไม่ปลุก เกิดจากอะไร

บน Android สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือตัวประหยัดแบตเตอรี่ปิดแอปนาฬิกาปลุกทิ้งเบื้องหลัง โดยเฉพาะแอปของค่ายอื่นบน Xiaomi, OPPO และ vivo ให้เข้าไปอนุญาตให้แอปทำงานเบื้องหลังและไม่ถูกจัดการแบตเตอรี่ อาการ «แรก ๆ ปลุกดี หลัง ๆ ไม่ปลุก» มักหายไปหลังตั้งค่านี้

อ่านต่อ

คู่มือ

วิธีตื่นเช้าเมื่อนอนดึก: เอาตัวรอดเช้านี้ + เลิกนอนดึกถาวร

นอนดึกแต่ต้องตื่นเช้าให้ไหว? รวมวิธีสลัดง่วงเช้านี้ ตารางนอนตี... ควรตื่นกี่โมง และแผนปรับนาฬิกาชีวิตทีละ 15 นาที

· 10 นาทีในการอ่าน

คู่มือ

วิธีตื่นเช้าแบบไม่ลืมตา: ปลุกแล้วรู้ตัวแต่ลุกไม่ขึ้น

ปลุกแล้วได้ยิน รู้ว่าถึงเวลาแต่ลืมตาไม่ขึ้น? แก้ที่ sleep inertia รอบการนอน คืนก่อนหน้า และปุ่มเลื่อนปลุก ทำได้คืนนี้

· 10 นาทีในการอ่าน